
ตราสารทุน คืออะไร ต่างจากตราสารหนี้อย่างไรบ้าง?
ตราสารทุน คือ หลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของในกิจการ ผู้ถือมีฐานะเป็นเจ้าของตามสัดส่วนที่ลงทุน จึงมีสิทธิรับส่วนแบ่งกำไรในรูปเงินปันผลและได้ประโยชน์เมื่อมูลค่ากิจการเติบโต ตัวอย่างที่พบบ่อยคือหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้น
ในโลกของการลงทุน สินทรัพย์ทางการเงินถูกแบ่งออกเป็นสองตระกูลใหญ่ ตระกูลแรกคือการเป็นเจ้าหนี้ ตระกูลที่สองคือการเป็นเจ้าของ และคำถามที่หลายคนสงสัยคือ ตราสารทุน คือ อะไร ทำไมเอกสารกองทุนถึงใช้คำนี้แทนคำว่าหุ้น และมันครอบคลุมอะไรบ้าง
คำตอบตรง ๆ คือ ตราสารทุน คือ ชื่อเรียกรวมของหลักทรัพย์ทุกชนิดที่ให้สถานะความเป็นเจ้าของกิจการ หุ้นสามัญเป็นเพียงสมาชิกหนึ่งของกลุ่มนี้ ยังมีหุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ และหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นรวมอยู่ด้วย บทความนี้จะพาไปดูความหมาย ประเภท ที่มาของผลตอบแทน ความต่างจากตราสารหนี้ ความเสี่ยง และวิธีจัดสัดส่วนในพอร์ตให้เหมาะกับตัวเอง
ตราสารทุน คือ อะไร ทำความเข้าใจจากสิทธิที่ได้รับ
หลักคิดที่ทำให้แยกสองตระกูลนี้ออกจากกันได้ทันทีคือคำถามว่า "เราเป็นเจ้าหนี้หรือเจ้าของ" ถ้าคำตอบคือเจ้าของ สินทรัพย์นั้นจัดอยู่ในกลุ่มนี้
การเป็นเจ้าของมาพร้อมสิทธิสามอย่าง อย่างแรกคือ สิทธิในส่วนแบ่งกำไร ผ่านเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่าย อย่างที่สองคือ สิทธิออกเสียง ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งใช้เลือกกรรมการและอนุมัติรายการสำคัญ อย่างที่สามคือ สิทธิในทรัพย์สินคงเหลือ เมื่อบริษัทเลิกกิจการและชำระหนี้ทุกรายเรียบร้อยแล้ว
สิทธิข้อที่สามนี้เองที่อธิบายความเสี่ยงทั้งหมดได้ในประโยคเดียว ตราสารทุน คือ สินทรัพย์ที่ได้รับชำระเป็นลำดับสุดท้าย ดังนั้นเมื่อธุรกิจไปได้ดี ผู้ถือได้ประโยชน์แบบไม่มีเพดาน แต่เมื่อธุรกิจล้มเหลว ก็มักไม่เหลืออะไรให้เลย ผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่าจึงเป็นการชดเชยกับลำดับสิทธิที่ต่ำที่สุดนี้
ประเภทของตราสารทุนที่พบในตลาด

คำว่าตราสารทุน คือ คำรวมที่ครอบคลุมหลักทรัพย์หลายชนิด ซึ่งให้สิทธิและระดับความเสี่ยงไม่เท่ากัน
หุ้นสามัญ
เป็นตัวแทนหลักของกลุ่มนี้ ให้สิทธิครบทั้งสามข้อ ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ทุกวันทำการ และเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงง่ายที่สุด
หุ้นบุริมสิทธิ
ได้รับเงินปันผลก่อนหุ้นสามัญและมักกำหนดอัตราไว้ล่วงหน้า แลกกับสิทธิออกเสียงที่จำกัดหรือไม่มีเลย ลักษณะจึงอยู่กึ่งกลางระหว่างสองตระกูล ในตลาดไทยมีจำนวนไม่มากและสภาพคล่องต่ำ
ใบสำคัญแสดงสิทธิ
หรือที่เรียกกันว่าวอร์แรนต์ ให้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในราคาและช่วงเวลาที่กำหนด มีอายุจำกัดและราคาผันผวนแรงกว่าหุ้นแม่หลายเท่า เหมาะกับผู้ที่เข้าใจกลไกราคาเป็นอย่างดีเท่านั้น
หน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้น
แม้เป็นหน่วยลงทุน แต่เนื้อในถือครองหุ้นเป็นหลัก จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันในเชิงการจัดสรรสินทรัพย์ ข้อดีคือกระจายความเสี่ยงให้ทันทีด้วยเงินเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาท
ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์จากหลักทรัพย์อ้างอิง
ใช้สำหรับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศผ่านตลาดในประเทศ ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหุ้นต้นทางโดยที่ผู้ลงทุนไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศเอง
เปรียบเทียบตราสารทุนกับตราสารหนี้
หัวข้อ | ตราสารทุน | ตราสารหนี้ |
สถานะผู้ลงทุน | เจ้าของกิจการ | เจ้าหนี้ |
ผลตอบแทน | เงินปันผลและส่วนต่างราคา ไม่มีเพดาน | ดอกเบี้ยตามที่ระบุ มีเพดานชัดเจน |
ความแน่นอน | ต่ำ ขึ้นกับผลประกอบการ | สูง ถ้าผู้ออกไม่ผิดนัดชำระ |
ลำดับการได้รับชำระ | ลำดับสุดท้าย | ก่อนผู้ถือหุ้นเสมอ |
อายุ | ไม่มีวันครบกำหนด | มีวันครบกำหนดแน่นอน |
สิทธิออกเสียง | มี | ไม่มี |
ความผันผวน | สูง | ต่ำถึงปานกลาง |
เหมาะกับเป้าหมาย | สร้างความมั่งคั่งระยะยาว | รักษาเงินต้นและสร้างรายรับ |
ตารางนี้ทำให้เห็นชัดว่าสองกลุ่มนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำหน้าที่คนละอย่างในพอร์ต กลุ่มหนึ่งขับเคลื่อนการเติบโต อีกกลุ่มหนึ่งรักษาเสถียรภาพ พอร์ตที่ดีมักมีทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่เหมาะกับเจ้าของพอร์ต
ผลตอบแทนของตราสารทุนมาจากไหน

ผลตอบแทนของตราสารทุน คือ ผลรวมของสามแหล่ง ซึ่งควรแยกให้ออกเพื่อตั้งความคาดหวังได้ถูก แหล่งที่มาแรกคือ การเติบโตของกำไรบริษัท เมื่อบริษัทขายได้มากขึ้น บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น หรือขยายไปตลาดใหม่ กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้น และราคาหุ้นมักปรับตามในระยะยาว นี่คือแหล่งที่มาที่ยั่งยืนที่สุด
แหล่งที่สองคือ การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าที่ตลาดยอมจ่าย หรือที่วัดด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร ในช่วงที่ตลาดมองโลกในแง่ดี คนยอมจ่ายแพงขึ้นสำหรับกำไรเท่าเดิม ราคาจึงขึ้นแม้กำไรไม่เปลี่ยน ปัจจัยนี้มีอิทธิพลมากในระยะสั้นแต่ไม่แน่นอน
แหล่งที่สามคือ เงินปันผล ซึ่งเป็นเงินสดจริงที่เข้ากระเป๋า และเมื่อนำกลับไปลงทุนซ้ำจะสร้างผลทบต้นที่ทรงพลังในระยะยาว ข้อมูลระยะยาวของตลาดหุ้นทั่วโลกชี้ว่าเงินปันผลที่นำกลับไปลงทุนซ้ำคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของผลตอบแทนรวมทั้งหมด
ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับตราสารทุน
ความเสี่ยงด้านธุรกิจ กำไรอาจลดลงจากการแข่งขัน เทคโนโลยีใหม่ หรือการบริหารที่ผิดพลาด
ความเสี่ยงด้านตลาด ราคาปรับลงพร้อมกันทั้งตลาดในภาวะวิกฤต แม้บริษัทที่ถืออยู่จะยังทำกำไรได้ดี
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หลักทรัพย์ขนาดเล็กบางตัวมีปริมาณซื้อขายน้อยจนขายออกยากในราคาที่เป็นธรรม
ความเสี่ยงจากการเจือจาง เมื่อบริษัทเพิ่มทุนหรือมีการใช้สิทธิวอร์แรนต์ สัดส่วนความเป็นเจ้าของของเราลดลง
ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล การตกแต่งบัญชีหรือรายการที่เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ซึ่งมักตรวจพบเมื่อสายเกินไป
การกระจายการลงทุนข้ามบริษัท ข้ามอุตสาหกรรม และข้ามภูมิภาค คือเครื่องมือหลักในการลดความเสี่ยงสี่ข้อแรก ส่วนข้อสุดท้ายป้องกันได้ด้วยการเลี่ยงบริษัทที่มีประวัติด่างพร้อยและอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินอย่างจริงจัง
วิธีเริ่มลงทุนในตราสารทุนทีละขั้น

การเริ่มลงทุนในตราสารทุน คือ เรื่องที่ควรทำตามลำดับ ไม่ใช่กระโดดไปเลือกหุ้นก่อน
ประเมินความสามารถรับความเสี่ยงของตัวเอง ทั้งในเชิงการเงินและเชิงจิตใจ สองอย่างนี้ไม่เท่ากันเสมอไป
กำหนดสัดส่วนในพอร์ตก่อนเลือกหลักทรัพย์ ตัดสินใจว่าจะให้กลุ่มนี้กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนทั้งหมด
เริ่มจากกองทุนดัชนีหรือกองทุนรวมหุ้น เพื่อให้ได้การกระจายความเสี่ยงตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องวิเคราะห์รายตัว
เพิ่มการลงทุนรายตัวเมื่อมีความรู้พอ เริ่มจากบริษัทในอุตสาหกรรมที่เราเข้าใจจากประสบการณ์ทำงานหรือชีวิตประจำวัน
ตั้งระบบลงทุนอัตโนมัติรายเดือน ลดผลของการจับจังหวะและสร้างวินัยโดยไม่ต้องใช้แรงใจ
ทบทวนและปรับสมดุลปีละครั้ง ขายส่วนที่โตเกินสัดส่วนเป้าหมายไปเติมส่วนที่ลดลง เป็นการซื้อถูกขายแพงโดยอัตโนมัติ
บันทึกเหตุผลการลงทุนทุกครั้ง เพื่อให้ทบทวนได้ว่าตัดสินใจถูกเพราะวิเคราะห์ดีหรือเพราะโชคดี
ข้อดีและข้อควรระวัง

ข้อดี
ผลตอบแทนระยะยาวสูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญในข้อมูลย้อนหลังหลายทศวรรษ
ป้องกันเงินเฟ้อได้ดี เพราะบริษัทสามารถปรับราคาสินค้าตามต้นทุนที่สูงขึ้น
สภาพคล่องสูงสำหรับหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ ซื้อขายได้ทันทีในเวลาทำการ
เริ่มต้นได้ด้วยเงินจำนวนน้อยผ่านกองทุนรวมหรือแผนลงทุนอัตโนมัติ
ข้อควรระวัง
ความผันผวนระยะสั้นสูงมาก ไม่เหมาะกับเงินที่ต้องใช้ภายในหนึ่งถึงสองปี
ต้องใช้เวลาศึกษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากเลือกลงทุนรายตัว
อารมณ์ของผู้ลงทุนเองมักเป็นตัวทำลายผลตอบแทนมากกว่าปัจจัยตลาด
การกระจุกตัวในบริษัทเดียวหรืออุตสาหกรรมเดียวเพิ่มความเสี่ยงแบบที่ไม่ได้รับผลตอบแทนชดเชย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับตราสารทุน
ข้อแรกคือ สับสนระหว่างราคาถูกกับมูลค่าคุ้มค่า หลักทรัพย์ที่ราคาลงมามากอาจสะท้อนธุรกิจที่กำลังเสื่อมถอยจริง ไม่ใช่โอกาสเสมอไป การตรวจงบการเงินย้อนหลังคือทางแยกระหว่างสองกรณีนี้
ข้อที่สองคือ จัดสัดส่วนตามความรู้สึกในแต่ละช่วงตลาด เพิ่มน้ำหนักตอนตลาดขึ้นและลดตอนตลาดลง ซึ่งเป็นการทำตรงข้ามกับสิ่งที่ควรทำ ข้อที่สามคือ ละเลยต้นทุนสะสม ทั้งค่าธรรมเนียมกองทุน ค่าคอมมิชชัน และภาษี ซึ่งในระยะยาวมีผลต่อผลตอบแทนสุทธิอย่างมาก
ข้อสุดท้ายคือ เข้าใจว่าตราสารทุน คือ สินทรัพย์ที่ต้องซื้อขายบ่อยจึงจะได้กำไร ทั้งที่ข้อมูลจากตลาดทั่วโลกชี้ตรงกันว่านักลงทุนที่ซื้อขายถี่มักได้ผลตอบแทนต่ำกว่าคนที่ถือยาวและลงทุนสม่ำเสมอ
ตราสารทุนเหมาะกับใคร และควรมีสัดส่วนเท่าไรในพอร์ต
ตราสารทุน คือ กลุ่มสินทรัพย์ที่เหมาะกับคนที่มีระยะเวลาลงทุนตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป มีเงินสำรองฉุกเฉินครบแล้ว และเข้าใจว่ามูลค่าพอร์ตอาจลดลงยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ในบางช่วงโดยไม่ได้แปลว่าตัดสินใจผิด ส่วนคนที่มีเป้าหมายใช้เงินภายในสองปี ควรใช้สินทรัพย์ที่มั่นคงกว่าแทน
เรื่องสัดส่วน วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากระยะเวลาที่เหลือถึงเป้าหมาย แล้วปรับด้วยความสบายใจของตัวเอง คนอายุน้อยที่ลงทุนเพื่อเกษียณอีกสามสิบปีข้างหน้าสามารถให้น้ำหนักกับกลุ่มนี้ได้เจ็ดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ขณะที่คนใกล้เกษียณอาจลดเหลือสามสิบถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือการเลือกสัดส่วนที่ทำให้เราถือต่อได้ในวันที่ตลาดแย่ที่สุด เพราะแผนที่ดีที่สุดคือแผนที่เราทำตามได้จริง
สรุปเกี่ยวกับตราสารทุน
ตราสารทุน คือ หลักทรัพย์ที่ให้สถานะความเป็นเจ้าของกิจการ ครอบคลุมทั้งหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ และหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้น ผลตอบแทนมาจากการเติบโตของกำไร การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าที่ตลาดยอมจ่าย และเงินปันผล ความต่างสำคัญจากตราสารหนี้อยู่ที่ลำดับสิทธิและความไม่แน่นอนของผลตอบแทน เมื่อเข้าใจว่าตราสารทุน คือ เครื่องมือสร้างความมั่งคั่งระยะยาวที่แลกมาด้วยความผันผวนระหว่างทาง เราจะจัดสัดส่วนในพอร์ตได้อย่างมีเหตุผลและอยู่กับมันได้นานพอที่จะเห็นผล
สำหรับใครที่สนใจการลงทุนและอยากเริ่มต้นเทรด Forex หรือ CFD ควบคู่ไปกับการถือครองสินทรัพย์ระยะยาว สามารถเปิดบัญชีกับ MORROC Prime ได้ที่หน้าเว็บไซต์ โบรกเกอร์ Forex และ CFD ระดับสากลที่ดำเนินงานภายใต้หลักการเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำ ผสานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเงินเข้ากับมาตรฐานการดูแลลูกค้า มอบประสบการณ์ซื้อขายที่มั่นคง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูง ประมวลผลคำสั่งรวดเร็วในเสี้ยววินาที สเปรดต่ำสุดเริ่มต้นเพียง 0.0 พร้อม Leverage สูงสุด 1:500
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ตราสารทุน คือ อะไร ต่างจากหุ้นอย่างไร
ตราสารทุน คือ ชื่อเรียกรวมของหลักทรัพย์ทุกชนิดที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการ ส่วนหุ้นสามัญเป็นเพียงประเภทหนึ่งในกลุ่มนี้ ยังมีหุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ และหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นรวมอยู่ด้วย
2. ทำไมผลตอบแทนของกลุ่มนี้ถึงสูงกว่าตราสารหนี้
เพราะผู้ถือได้รับชำระเป็นลำดับสุดท้ายเมื่อกิจการมีปัญหา จึงต้องมีผลตอบแทนคาดหวังที่สูงกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงนั้น และเนื่องจากไม่มีเพดานผลตอบแทน จึงได้ประโยชน์เต็มที่เมื่อธุรกิจเติบโต
3. มือใหม่ควรเริ่มจากหุ้นรายตัวหรือกองทุนรวม
ควรเริ่มจากกองทุนรวมหุ้นหรือกองทุนดัชนี เพราะได้การกระจายความเสี่ยงทันทีและใช้เงินเริ่มต้นน้อย เมื่อมีความรู้ในการอ่านงบการเงินและมีเวลาติดตามธุรกิจแล้ว ค่อยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนรายตัว
4. ควรถือสินทรัพย์กลุ่มนี้สัดส่วนเท่าไรในพอร์ต
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาถึงเป้าหมายและความสามารถรับความผันผวน คนที่มีเวลาลงทุนอีกยี่สิบถึงสามสิบปีสามารถให้น้ำหนักสูงได้ ส่วนคนใกล้ใช้เงินควรลดสัดส่วนลงและเพิ่มสินทรัพย์ที่มั่นคงกว่าเข้ามาแทน
5. ถ้าตลาดปรับตัวลงแรงควรทำอย่างไร
สิ่งแรกคืออย่าตัดสินใจตอนที่อารมณ์กำลังแรง ให้กลับไปดูว่าสัดส่วนในพอร์ตยังตรงกับแผนเดิมหรือไม่ ถ้าเหตุผลที่ลงทุนยังเป็นจริงและเงินก้อนนี้ยังไม่ต้องใช้ การถือต่อหรือทยอยลงทุนเพิ่มตามแผนเดิมมักให้ผลดีกว่าการขายหนี