
RMF คือ กองทุนอะไร ลดหย่อนภาษีและวางแผนเกษียณได้อย่างไร
RMF คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่ออกแบบมาให้คนวัยทำงานสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ โดยเงินที่ลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเกณฑ์ แลกกับเงื่อนไขว่าต้องลงทุนต่อเนื่องและถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ พร้อมถือครองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
RMF คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่ออกแบบมาให้คนวัยทำงานสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ โดยเงินที่ลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเกณฑ์ แลกกับเงื่อนไขว่าต้องลงทุนต่อเนื่องและถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ พร้อมถือครองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
ทุกช่วงปลายปี คำถามยอดฮิตของมนุษย์เงินเดือนคือจะลดหย่อนภาษีอย่างไรดี และหนึ่งในคำตอบที่ถูกพูดถึงเสมอคือกองทุนตัวนี้ แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่า RMF คือ อะไรกันแน่ ต่างจากกองทุนรวมทั่วไปตรงไหน และเงื่อนไขที่ผูกมัดยาวถึงอายุ 55 ปีนั้นคุ้มหรือไม่
พูดให้ตรงที่สุด RMF คือ เครื่องมือวางแผนเกษียณที่รัฐให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจ ไม่ใช่เครื่องมือลดภาษีที่บังเอิญเป็นกองทุน ความต่างของสองมุมมองนี้สำคัญมาก เพราะมันเปลี่ยนวิธีเลือกกองทุนและวิธีวางแผนการเงินทั้งหมด บทความนี้จะพาไปดูเงื่อนไข วิธีคำนวณสิทธิ ความต่างจาก SSF ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียสิทธิ และวิธีเลือกกองให้เหมาะกับอายุของตัวเอง
RMF คือ อะไร เข้าใจตั้งแต่จุดตั้งต้น
RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund ในภาษาไทยเรียกว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ จุดประสงค์ตามกฎหมายชัดเจนว่าเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินระยะยาวไว้ใช้หลังหยุดทำงาน ดังนั้น RMF คือ กองทุนที่ผูกเงื่อนไขการถือครองเข้ากับอายุของผู้ลงทุนโดยตรง ไม่ใช่แค่ผูกกับจำนวนปีที่ถือ
ในทางปฏิบัติ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจะเสนอกองในกลุ่มนี้หลายนโยบาย ตั้งแต่ตราสารหนี้ระยะสั้นความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงกองหุ้นต่างประเทศและกองทองคำ ผู้ลงทุนเลือกได้ตามความเสี่ยงที่รับได้ และสามารถสับเปลี่ยนระหว่างกองในกลุ่มเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไข ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่หลายคนไม่รู้
จุดที่ต้องเน้นคือ RMF คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างทาง เพราะแนวคิดคือให้เงินทบต้นไปเรื่อย ๆ จนถึงวัยเกษียณ ใครที่ต้องการกระแสเงินสดระหว่างทางจึงไม่ควรใช้เครื่องมือนี้
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทำตามให้ครบ
สิ่งที่ทำให้ RMF คือ กองทุนที่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดกว่ากองทุนทั่วไป ก็คือกติกาชุดนี้ ซึ่งกำหนดว่าเราจะได้สิทธิลดหย่อนหรือไม่
ต้องลงทุนอย่างน้อยปีเว้นปี หมายความว่าห้ามเว้นการลงทุนติดต่อกันเกินหนึ่งปี
ต้องถือหน่วยลงทุนจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
ต้องลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันซื้อครั้งแรก โดยนับแบบวันชนวัน
ไม่มีการกำหนดยอดซื้อขั้นต่ำต่อปีในเชิงสัดส่วนรายได้แล้วในปัจจุบัน แต่ยังมีเพดานสูงสุดที่ใช้สิทธิได้
ห้ามขายคืนก่อนครบเงื่อนไข มิฉะนั้นต้องคืนภาษีที่เคยได้รับพร้อมเงินเพิ่ม
สองเงื่อนไขเรื่องอายุ 55 ปีและระยะเวลา 5 ปีต้องเป็นจริงพร้อมกัน ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง คนที่เริ่มลงทุนตอนอายุ 53 ปีจึงยังขายไม่ได้ตอนอายุ 55 ปี ต้องรอจนอายุ 58 ปี
เพดานการลดหย่อนภาษีของ RMF คำนวณอย่างไร

สิทธิลดหย่อนของ RMF คือ จุดที่คนคำนวณผิดกันมากที่สุด หลักเกณฑ์คือคิดได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีในปีนั้น และไม่เกิน 500,000 บาท
แต่ตัวเลข 500,000 บาทนี้ไม่ได้เป็นของกองทุนกลุ่มนี้กองเดียว มันเป็นเพดานรวมของการออมเพื่อเกษียณทั้งหมด ซึ่งรวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ เบี้ยประกันบำนาญ และกองทุนรวมเพื่อการออมประเภทอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติเงินได้ทั้งปี 1,200,000 บาท เพดาน 30% เท่ากับ 360,000 บาท ถ้าถูกหักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้ว 60,000 บาท และซื้อประกันบำนาญอีก 100,000 บาท จะเหลือสิทธิสำหรับกองทุนกลุ่มนี้อีก 200,000 บาท การคำนวณผิดตรงนี้คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนใช้สิทธิเกินโดยไม่รู้ตัว
เปรียบเทียบ RMF กับ SSF และประกันบำนาญ
หัวข้อ | RMF | SSF | ประกันบำนาญ |
เพดานสัดส่วนรายได้ | ไม่เกิน 30% | ไม่เกิน 30% | ไม่เกิน 15% |
เพดานเงิน | 500,000 บาท (รวมกลุ่มเกษียณ) | 200,000 บาท | 200,000 บาท |
ระยะเวลาถือ | ถึงอายุ 55 ปี และอย่างน้อย 5 ปี | 10 ปีนับจากวันซื้อ | ตามกรมธรรม์ |
ต้องซื้อต่อเนื่อง | ต้องซื้ออย่างน้อยปีเว้นปี | ไม่บังคับ | ต้องจ่ายเบี้ยตามงวด |
จ่ายปันผล | ไม่จ่าย | มีทั้งจ่ายและไม่จ่าย | จ่ายเป็นเงินบำนาญ |
ความยืดหยุ่นนโยบาย | เลือกได้หลากหลาย | เลือกได้หลากหลาย | จำกัด |
สรุปเชิงใช้งาน ถ้าอายุยังน้อยและอยากได้ความยืดหยุ่นมากกว่า SSF มักตอบโจทย์กว่าเพราะนับ 10 ปีแล้วจบ แต่ถ้าอายุเกิน 45 ปีขึ้นไป เงื่อนไขของกองทุนกลุ่มเกษียณตัวนี้จะสั้นกว่าและได้เพดานสูงกว่าอย่างชัดเจน
เลือกนโยบายกองทุนอย่างไรให้เหมาะกับอายุ
เพราะ RMF คือ กองทุนที่มีให้เลือกหลายนโยบาย คำถามจึงไม่ใช่ควรซื้อหรือไม่ แต่คือควรซื้อกองแบบไหน หลักคิดที่ใช้ได้จริงคือ ยิ่งเหลือเวลาถึงเกษียณมาก ยิ่งรับความเสี่ยงได้มาก
อายุ 25 ถึง 40 ปี
เหลือเวลาอีก 15 ถึง 30 ปี ควรให้น้ำหนักกับกองหุ้นเป็นหลัก อาจเป็นหุ้นไทยผสมหุ้นต่างประเทศ เพราะความผันผวนระหว่างทางมีเวลาฟื้นตัวเพียงพอ และผลของการทบต้นจะเห็นชัดที่สุดในช่วงนี้
อายุ 41 ถึง 50 ปี
เริ่มลดสัดส่วนหุ้นลงมาบ้าง ผสมตราสารหนี้หรือกองผสมเข้ามาราวสามสิบถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อลดโอกาสที่พอร์ตจะเจอตลาดหมีหนัก ๆ ในช่วงใกล้ใช้เงิน
อายุ 51 ปีขึ้นไป
ควรทยอยย้ายไปกองตราสารหนี้หรือกองตลาดเงินให้มากขึ้น เพราะเป้าหมายเปลี่ยนจากการเพิ่มมูลค่าเป็นการรักษามูลค่า การสับเปลี่ยนระหว่างกองในกลุ่มเดียวกันทำได้โดยไม่เสียสิทธิ จึงควรใช้ประโยชน์จากข้อนี้
ขั้นตอนเริ่มลงทุน RMF ตั้งแต่ต้นจนจบ

ประเมินเงินได้ทั้งปีและคำนวณเพดานสิทธิ รวมเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเบี้ยประกันบำนาญที่มีอยู่แล้วเข้าไปด้วย
กำหนดสัดส่วนความเสี่ยงตามอายุ ใช้หลักที่อธิบายไว้ด้านบนเป็นจุดตั้งต้น แล้วปรับตามความสบายใจของตัวเอง
เลือกบริษัทจัดการและกองทุน ดูค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี ผลงานย้อนหลังเทียบกับดัชนีอ้างอิง และขนาดกองทุน
เปิดบัญชีและทำแบบประเมินความเสี่ยง ทำได้ผ่านแอปธนาคารหรือแอปของบริษัทจัดการโดยตรง
ตั้งคำสั่งซื้ออัตโนมัติรายเดือน ดีกว่ารอซื้อทีเดียวปลายปี เพราะได้ราคาเฉลี่ยและไม่เสี่ยงลืม
เก็บหนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน และตรวจสอบข้อมูลที่ส่งเข้าระบบกรมสรรพากรทุกปี
ทบทวนพอร์ตปีละครั้ง ปรับสัดส่วนเมื่ออายุเปลี่ยนช่วงหรือเป้าหมายเปลี่ยน
ข้อดีและข้อควรระวังของ RMF
ข้อดี
ได้ประโยชน์สองชั้น คือ ลดภาษีในปีที่ลงทุน และเงินเติบโตแบบทบต้นจนถึงเกษียณ
กำไรจากการขายคืนเมื่อทำตามเงื่อนไขครบได้รับยกเว้นภาษี
บังคับวินัยการออมโดยธรรมชาติ เพราะขายก่อนกำหนดไม่ได้
เลือกนโยบายและสับเปลี่ยนกองได้ตามช่วงชีวิต
ข้อควรระวัง
สภาพคล่องต่ำมาก เงินก้อนนี้ถือว่าถูกล็อกจนถึงอายุ 55 ปี
ผิดเงื่อนไขแล้วต้องคืนภาษีย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม ซึ่งอาจกลบผลตอบแทนทั้งหมด
คนที่ฐานภาษีต่ำหรือไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ได้ประโยชน์น้อยกว่าที่คิด
เลือกกองเสี่ยงสูงตอนใกล้เกษียณอาจทำให้เงินหดตัวในจังหวะที่ต้องใช้พอดี
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียสิทธิบ่อยที่สุด
เพราะ RMF คือ กองทุนที่มีเงื่อนไขผูกยาว ความผิดพลาดเล็ก ๆ จึงมีราคาแพงกว่าที่คิด ข้อแรกคือ เว้นการลงทุนสองปีติดกัน หลายคนคิดว่าปีไหนไม่มีเงินก็ข้ามได้ ทั้งที่กติกาคือห้ามเว้นเกินหนึ่งปี การลงทุนแม้เพียงจำนวนเล็กน้อยในปีนั้นก็รักษาสิทธิไว้ได้
ข้อที่สองคือ ใช้สิทธิเกินเพดานรวม เพราะลืมนับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่นายจ้างหักไว้อยู่แล้วทุกเดือน ข้อที่สามคือ นับ 5 ปีผิด โดยเข้าใจว่านับตามปีภาษี ทั้งที่ต้องนับแบบวันชนวันจากวันซื้อครั้งแรก
ข้อที่สี่คือ ขายคืนบางส่วนก่อนครบเงื่อนไข ซึ่งกระทบทั้งก้อน ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่ขาย และข้อสุดท้ายคือ เลือกกองโดยดูผลงานปีเดียว ทั้งที่เงินก้อนนี้จะอยู่ยาวนับสิบปี ควรดูความสม่ำเสมอและค่าธรรมเนียมมากกว่าผลงานระยะสั้น
RMF เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

RMF คือ เครื่องมือที่ให้ผลต่างกันมากตามสถานะการเงินของแต่ละคน โดยเหมาะกับคนที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีในอัตราตั้งแต่สิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอพอจะลงทุนต่อเนื่องได้ และมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อยหกเดือนแยกไว้แล้ว ยิ่งฐานภาษีสูง ประโยชน์ที่ได้ยิ่งชัด เพราะทุกบาทที่ลดหย่อนได้เท่ากับประหยัดภาษีในอัตราขั้นสูงสุดของเรา
ในทางกลับกัน คนที่ยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน มีหนี้ดอกเบี้ยสูงค้างอยู่ หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ควรจัดการสามเรื่องนั้นก่อน เพราะการล็อกเงินไว้ยี่สิบปีในขณะที่ยังจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ ไม่ใช่การวางแผนการเงินที่ดี ส่วนคนที่อายุใกล้ 55 ปีและเพิ่งเริ่ม ก็ยังทำได้ เพียงต้องเข้าใจว่าต้องถืออีกอย่างน้อยห้าปีนับจากวันซื้อครั้งแรก
สรุปเกี่ยวกับ RMF
RMF คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีแลกกับการผูกเงินไว้จนถึงวัยเกษียณ เงื่อนไขหลักคือลงทุนอย่างน้อยปีเว้นปี ถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันซื้อครั้งแรก เพดานสิทธิคือ 30% ของเงินได้และไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ถ้ามองว่า RMF คือ แผนเกษียณที่มีของแถมเป็นภาษี ไม่ใช่ตัวลดภาษีที่มีผลข้างเคียงเป็นการล็อกเงิน เราจะเลือกกองและวางแผนได้ตรงเป้ากว่ามาก
สำหรับใครที่สนใจการลงทุนและอยากขยายพอร์ตไปสู่การเทรด Forex หรือ CFD ควบคู่กับการออมเพื่อเกษียณ สามารถเปิดบัญชีกับ Morroc Prime ได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ระดับสากลที่ดำเนินงานภายใต้หลักการเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำ ผสานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเงิน มอบประสบการณ์ซื้อขายที่มั่นคง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูง คำสั่งทำงานรวดเร็วในเสี้ยววินาที สเปรดต่ำสุดเริ่มต้นเพียง 0.0 พร้อม Leverage สูงสุด 1:500
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. RMF คือ อะไร ต่างจากกองทุนรวมทั่วไปอย่างไร
RMF คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่นำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ แต่แลกกับเงื่อนไขว่าต้องถือจนอายุ 55 ปีและอย่างน้อย 5 ปี ขณะที่กองทุนรวมทั่วไปซื้อขายได้อิสระแต่ไม่มีสิทธิลดหย่อน
2. ถ้าปีไหนไม่มีเงินซื้อ จะเสียสิทธิทันทีหรือไม่
ไม่เสียทันที เพราะกติกาคือห้ามเว้นการลงทุนติดต่อกันเกินหนึ่งปี ดังนั้นเว้นได้หนึ่งปี แต่ปีถัดไปต้องกลับมาลงทุน หากเว้นสองปีติดกันจะถือว่าผิดเงื่อนไขและต้องคืนภาษีที่เคยได้รับ
3. ขายคืนก่อนครบเงื่อนไขจะเกิดอะไรขึ้น
ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นย้อนหลังไม่เกินห้าปีปฏิทิน พร้อมเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และกำไรจากการขายคืนจะถูกนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ในปีที่ขายด้วย
4. ควรเลือก RMF หรือ SSF ดีกว่ากัน
ขึ้นอยู่กับอายุและเป้าหมาย คนอายุน้อยที่ต้องการความยืดหยุ่นมักเหมาะกับ SSF เพราะนับสิบปีแล้วจบ ส่วนคนอายุ 45 ปีขึ้นไปมักได้เปรียบจากกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพมากกว่า เพราะระยะเวลาถือสั้นกว่าและเพดานสิทธิสูงกว่า
5. เลือกกองที่ลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ดี
ให้ดูจากจำนวนปีที่เหลือถึงอายุ 55 ปีเป็นหลัก ถ้าเหลือเกินสิบปีสามารถให้น้ำหนักกับหุ้นได้มาก แต่ถ้าเหลือน้อยกว่าห้าปีควรทยอยย้ายไปสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เพื่อไม่ให้มูลค่าลดลงในจังหวะที่ต้องใช้เงินพอดี
