
วิธีเทรดทองฉบับมือใหม่ เริ่มต้นยังไงให้ได้กำไร พอร์ตไม่แตก
เชื่อว่าคนที่รู้จักทอง ต้องเคยได้ยินคำว่า การเทรดทอง กันมาบ้างไม่มากก็น้อย และน่าจะกำลังมองหาว่า วิธีเทรดทอง มีขั้นตอนอย่างไร ทำยังไงให้ได้กำไร วันนี้เราไปดูกัน
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนว่า "เทรดทอง" ที่คนไทยพูดถึงกันส่วนใหญ่ ไม่ใช่การซื้อทองแท่งจากร้านทองแล้วรอราคาขึ้นแบบที่รุ่นพ่อแม่เราทำ แต่หมายถึงการเทรดในรูปแบบ CFD (Contract for Difference) หรือสัญญาส่วนต่างราคา ผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ต่างประเทศ โดยสินทรัพย์ที่ใช้เทรดคือ XAUUSD ซึ่งเป็นการจับคู่ระหว่างราคาทองคำ (XAU) และดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นการเก็งกำไรส่วนต่างราคาทองในหน่วยดอลลาร์ ที่สามารถทำกำไรได้ทั้งตอนราคาขึ้นและราคาลง ถือเป็นวิธีเทรดทองที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้
เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างด้านล่างนี้
ตารางเปรียบเทียบ ซื้อทองคำแท่ง (ร้านทอง) VS เทรดทองออนไลน์ (XAUUSD CFD)

หัวข้อเปรียบเทียบ | ซื้อทองแท่ง (Physical Gold) | เทรดทองออนไลน์ (XAUUSD CFD) |
โอกาสทำกำไร | กำไรเมื่อราคาขึ้นเท่านั้น (ซื้อถูก-ขายแพง) | ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Buy) และขาลง (Sell) |
เงินลงทุนเริ่มต้น | ใช้เงินทุนสูง (ขึ้นอยู่กับราคาทองคำจริง ณ เวลานั้น) | เริ่มต้นต่ำ (หลักพันบาทก็เริ่มได้เพราะมี Leverage) |
เวลาทำการ | ตามเวลาเปิด-ปิด ของหน้าร้านทอง | เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (จันทร์ - ศุกร์) |
ความเสี่ยง | ต่ำ-ปานกลาง (ทองคำยังอยู่กับตัว ไม่มีล้างพอร์ต) | สูงมาก (หากใช้ Leverage ผิดพลาดอาจโดนล้างพอร์ตได้) |
ค่าธรรมเนียม/ต้นทุน | ค่าบล็อก, ค่ากำเหน็จ, ส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายออก | ค่าสเปรด (Spread), ค่าคอมมิชชัน, ค่าสวอป (Swap ข้ามคืน) |
ความสะดวกสบาย | ต้องเดินทางไปร้านทอง หรือเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย | เทรดผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ทุกที่ |
ทำไมทองถึงเป็นสินทรัพย์ที่คนเทรดกันเยอะ?
เหตุผลง่าย ๆ คือ ทองมีความผันผวนพอที่จะทำกำไรได้ในวันเดียว แต่ไม่ได้สวิงโหดจนควบคุมไม่ได้เหมือนคริปโตเคอร์เรนซี แถมยังมีข่าวเศรษฐกิจที่ประกาศเป็นตารางแน่นอน ทำให้พอเดาจังหวะได้ล่วงหน้า ต่างจากหุ้นรายตัวที่บางทีก็ไม่รู้จะไปทางไหน
อีกเหตุผลคือ ตลาดเปิดยาว จันทร์ถึงศุกร์เกือบ 24 ชั่วโมง คนที่ทำงานประจำตอนกลางวัน สามารถมาเทรดตอนกลางคืนช่วงตลาดยุโรปหรืออเมริกาเปิดได้ ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาทองมักจะขยับแรงที่สุดด้วย
ก่อนเทรดจริง ต้องเข้าใจว่าอะไรทำให้ราคาทองขึ้นลง

อันนี้คือจุดที่มือใหม่ส่วนใหญ่ข้ามไป แล้วไปโฟกัสแค่เส้นกราฟอย่างเดียว ซึ่งถือว่าพลาดมาก เพราะราคาทองไม่ได้ขึ้นลงตามอารมณ์ของกราฟล้วน ๆ
ดอกเบี้ย FED คือตัวหลักที่คนเทรดทองต้องติดตาม เวลาธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ขึ้นดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณจะขึ้น ราคาทองมักจะร่วง เพราะการถือทองไม่มีดอกเบี้ย ทำให้คนที่กำลังถือทองอยู่เทขายทิ้ง แล้วเปลี่ยนไปถือเงินสดหรือพันธบัตรเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า กลับกันถ้า FED ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ทองมักจะวิ่งขึ้นแรง
ค่าเงินดอลลาร์ สำคัญไม่แพ้กัน เพราะทองคำถูกตีราคาเป็นดอลลาร์ (XAUUSD) ดอลลาร์อ่อนทองมักแพงขึ้น ดอลลาร์แข็งทองมักถูกลง ตัวเลขที่ต้องคอยดูคือ ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index หรือ DXY)
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง Non-Farm Payroll ที่ประกาศคืนวันศุกร์แรกของเดือน หรือตัวเลขเงินเฟ้อ CPI คือช่วงที่ทองมักแกว่งแรงในไม่กี่นาที คนที่ชอบเทรดข่าวจะรอจังหวะนี้กันเยอะ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องสงครามและความตึงเครียดระหว่างประเทศ ที่พอมีข่าวปุ๊บทองมักพุ่งขึ้นทันทีเพราะคนแห่ไปถือเพื่อเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ดังนั้นการตามข่าวแค่ไม่กี่เรื่อง อาจจะไม่พอสำหรับการทำกำไรจากการเทรดทองในระยะยาว แต่ต้องตามข่าวระดับโลกให้รอบด้าน แล้วมองหาความเชื่อมโยง วิเคราะห์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นให้รอบคอบ
ขั้นตอนและวิธีเทรดทองสำหรับมือใหม่ เริ่มต้นยังไงให้ไม่เจ็บตัวหนัก

1. เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจริง
อย่าเลือกโบรกเกอร์เพียงเพราะโบนัสเยอะหรือมีคนดังโปรโมท เช็คก่อนว่ามีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือจริง เช่น FCA, ASIC หรือ CySEC และควรลองเทรดด้วยยอดเงินเล็ก ๆ ลองถอนเงินทดสอบดูก่อนโอนเงินก้อนใหญ่เข้าไป โบรกที่ถอนเงินยาก มักมีปัญหาตามมาทีหลังเสมอ
2. ฝึกในบัญชีเดโม (Demo) ก่อนอย่างน้อย 1-2 เดือน
หลายคนอยากรีบเข้าเงินจริงเพราะกลัวพลาดโอกาส แต่ความจริงคือถ้ายังอ่านกราฟไม่เป็น ยังไม่รู้จะเข้าออกตอนไหน การลงเงินจริงเร็วก็มีแต่เสียเงินฟรี บัญชีเดโมไม่ได้ทำให้รวยแต่ช่วยให้เจ็บตัวน้อยลงตอนเริ่มจริง เป็นเสมือนสนามฝึกให้คุณเข้าใจจังหวะการเทรดทองมากขึ้น รวมถึงใช้ทดลองเทคนิคอ่านกราฟและฝึก Money Management
3. เข้าใจเรื่อง ล็อต (Lot) กับ เลเวอเรจ (Leverage) ก่อนวางออร์เดอร์แรก
จุดที่คนไทยพลาดกันเยอะที่สุดคือ การเปิดล็อตใหญ่เกินตัว เพราะเห็นว่าโบรกเกอร์ให้เลเวอเรจสูงเลยใช้เต็มไม้ ทั้งที่เงินทุนมีไม่กี่พันบาท พอราคาสวิงนิดเดียวก็โดนล้างพอร์ต กฎง่าย ๆ ที่ควรยึดติดไว้คือ ความเสี่ยงต่อการออกออร์เดอร์ 1 ครั้ง ไม่ควรเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมด
4. หัดดูกราฟแบบไม่ต้องซับซ้อน
ไม่ต้องรีบไปเรียนการใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator) ยาก ๆ เริ่มจากดู แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance) ให้เป็นก่อน แล้วค่อยเสริมเส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average) กับ RSI เพื่อดูว่าทองคำอยู่ในภาวะที่มีการซื้อมากไป (Overbought) หรือขายมากไป (Oversold) หรือเปล่า แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับมือใหม่แล้ว
วิธีเทรดทองแต่ละสไตล์ ต้องดูอะไรเป็นหลัก?
เทรดตามเทรนด์ เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาเฝ้าจอทั้งวัน เป็นการดูทิศทางแนวโน้มใหญ่แล้วเข้าเทรดตามน้ำ ถือออร์เดอร์ยาวหน่อยแต่ไม่ต้องรีบตัดสินใจบ่อย ๆ
เทรดข่าว เหมาะกับคนที่ชอบความเร็ว รอช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญแล้วเข้าจังหวะเดียว แต่ต้องรับได้กับความเสี่ยงที่ราคาสามารถสไลด์แรง ๆ ในไม่กี่วินาที (ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่)
เทรดในกรอบ เวลาตลาดทองคำไม่มีข่าวใหญ่ ราคามักแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ ๆ นักเทรดจะใช้วิธีซื้อที่แนวรับขอบล่างและขายที่แนวต้านขอบบน แต่ต้องระวังตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เสมอเผื่อราคาทะลุกรอบ
ไม่ว่าจะเลือกสไตล์ไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความสม่ำเสมอ อย่าเปลี่ยนสไตล์การเทรดไปมาตามอารมณ์ตลาด
เรื่องที่มือใหม่มักพลาดจนล้างพอร์ต
ไม่ตั้ง Stop Loss เพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเดี๋ยวราคาก็กลับมา แล้วปล่อยให้ขาดทุนบานปลายจนหมดพอร์ต
Overtrade (เข้าไม้ใหญ่เกินไป) เพราะอยากรวยเร็ว ทั้งที่ยังไม่มีระบบเทรดที่ชัดเจน
อาการ FOMO (กลัวตกรถ) เห็นคนอื่นโชว์กำไรหรือเข้าไม้ก็รีบเข้าตาม โดยไม่มีเหตุผลในการวิเคราะห์ของตัวเอง
ถัวเฉลี่ยขาดทุนเรื่อย ๆ การเปิดออร์เดอร์สู้ทางที่ผิดไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีแผนจำกัดความเสี่ยง
ไม่จดบันทึกการเทรด เลยไม่รู้ว่าตัวเองพลาดหรือเสียเงินตรงไหนซ้ำ ๆ
สรุป
ถ้าจะเริ่มศึกษาวิธีเทรดทองแบบจริงจัง อย่าข้ามขั้นตอนการฝึกเทรดในบัญชีเดโม อย่าใช้เงินร้อนที่เดือดร้อนถ้าเสียมันไป และที่สำคัญที่สุดคือให้ความสำคัญกับ การควบคุมความเสี่ยง หรือที่เรียกว่า Money Management มากกว่าการหาสูตรอินดิเคเตอร์เทพที่แม่นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะในตลาดจริงไม่มีสูตรวิเศษแบบนั้น มีแต่คนที่คุมความเสี่ยงเก่งกว่าคนอื่นเท่านั้นที่จะอยู่รอดในตลาดฟอเร็กซ์ได้นาน หากใครอยากเริ่มต้นเทรดทอง ลองใช้บริการของ MORROC Prime โบรกเกอร์ Forex ระดับโลกที่มาพร้อมกับเครื่องมือการเทรดที่ครบครัน เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือเก๋า รองรับการเทรดบนแพลตฟอร์ม MT5 ได้อย่างเสถียรและมีทีมงานชาวไทยคอยซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเทรดทอง

1. เทรดทองต้องใช้เงินเริ่มต้นเท่าไหร่?
บางโบรกเกอร์เปิดบัญชีได้ตั้งแต่หลักพันบาท แต่ถ้าอยากเทรดแบบมีพื้นที่ให้ราคาสวิงตัวบ้างโดยไม่โดนล้างพอร์ตง่าย ๆ ควรมีเงินทุนอย่างน้อยหลักหมื่นบาทขึ้นไป และเน้นการออกหลอด (Lot) ขนาดเล็กไว้ก่อน
2. เทรดทองกับเทรดหุ้นต่างกันยังไง?
ทองคำเคลื่อนไหวตามปัจจัยมหภาค เช่น อัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์เป็นหลัก ส่วนหุ้นแต่ละตัวมักขึ้นอยู่กับผลประกอบการและข่าวเฉพาะของบริษัทนั้น ๆ ทองจึงมีปัจจัยให้ติดตามน้อยกว่าและคาดเดาทิศทางภาพรวมได้ง่ายกว่าสำหรับมือใหม่
3. เทรดทองในไทยถูกกฎหมายไหม?
การเทรด CFD ทองผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศยังอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมายไทย เพราะ ก.ล.ต. ไทยไม่ได้ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ต่างชาติเข้ามาให้บริการคนไทยโดยตรง ผู้เทรดจึงควรศึกษาความเสี่ยงด้านกฎหมายและการเงินให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
4. ช่วงเวลาไหนที่ทองผันผวนมากที่สุด?
โดยทั่วไปคือช่วงตลาดลอนดอนกับนิวยอร์กเปิดทำการทับซ้อนกัน ซึ่งจะตรงกับเวลาไทยประมาณ 19.30 - 24.00 น. และช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ
5. เทรดทองเสี่ยงมากกว่าเทรดหุ้นหรือคริปโตไหม?
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับ การใช้เลเวอเรจ (Leverage) และ ขนาดการเปิดออร์เดอร์ มากกว่าตัวสินทรัพย์เอง โดยธรรมชาติทองคำผันผวนต่อวันน้อยกว่าคริปโตเคอร์เรนซี แต่ถ้าคุณใช้เลเวอเรจสูงและไม่ควบคุมความเสี่ยง ก็สามารถล้างพอร์ตได้รวดเร็วไม่ต่างกัน