
ค่า Spread Forex คืออะไร คิดยังไง และเท่าไหร่ถึงเรียกว่าต่ำ?
ค่า Spread Forex คือ ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายของคู่เงินในขณะเดียวกัน และเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเราเปิดออเดอร์
ตัวอย่างเช่น EUR/USD มีราคา Bid 1.08420 และ Ask 1.08432 ส่วนต่างคือ 0.00012 หรือ 1.2 Pips ถ้าเปิด Buy แล้วปิดทันทีโดยที่ราคาไม่ขยับ เราจะขาดทุนประมาณ 1.2 Pips จาก Spread ก่อน ยังไม่รวมค่าคอมมิชชันหรือ Slippage
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาเปิดออเดอร์ใหม่ ตัวเลขกำไรขาดทุนจึงมักติดลบทันทีเล็กน้อย ทั้งที่กราฟแทบยังไม่ไปไหน
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเทรด ไม่ต้องจำเรื่องซับซ้อนมาก สิ่งที่ควรรู้มีอยู่ 3 ข้อ คือ Spread เป็นหนึ่งในต้นทุนของการเทรด, Spread ไม่คงที่ตลอดเวลา และ Spread ที่ต่ำไม่ได้แปลว่าบัญชีนั้นถูกที่สุดเสมอไป

ค่า Spread Forex คืออะไร ทำไมถึงมีราคาสองฝั่ง?
ราคาคู่เงินบนแพลตฟอร์มจะมีสองราคา คือ Bid และ Ask
Bid คือราคาที่เราสามารถขายได้
Ask คือราคาที่เราสามารถซื้อได้
โดยปกติ Ask จะสูงกว่า Bid เล็กน้อย ช่องว่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า Spread สูตรง่าย ๆ คือ
Spread = Ask - Bid
ลองนึกภาพร้านแลกเงิน ร้านหนึ่งอาจรับซื้อดอลลาร์จากเราที่ 35.00 บาท แต่ขายให้เราที่ 35.20 บาท ส่วนต่าง 0.20 บาทคือช่องว่างระหว่างราคาที่ร้านซื้อกับราคาที่ร้านขาย
Forex ใช้หลักคล้ายกัน เพียงแต่ราคาขยับตลอดเวลา และ Spread มักเล็กมากจนวัดกันด้วยหน่วย Pip
Spread คิดเป็น Pip อย่างไร?
สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD, GBP/USD หรือ AUD/USD หนึ่ง Pip อยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4
สมมติ EUR/USD แสดงราคาดังนี้
Bid = 1.08420
Ask = 1.08432
ส่วนต่างราคาเท่ากับ 0.00012
ถ้าแพลตฟอร์มแสดงราคา 5 ตำแหน่ง ตัวเลขหลักสุดท้ายจะเป็น Point หรือ Pipette โดยทั่วไป 10 Points = 1 Pip ดังนั้น 12 Points ก็คือ 1.2 Pips
จำง่าย ๆ: คู่เงินทั่วไปดู Pip ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ส่วนคู่เงินที่ลงท้ายด้วย JPY เช่น USD/JPY จะดูที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2

Spread 1 Pip คิดเป็นเงินจริงเท่าไร?
Spread ที่เท่ากันไม่ได้แปลว่าเสียเงินเท่ากัน เพราะจำนวนเงินจริงขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่เปิดด้วย
ตัวอย่าง EUR/USD ในบัญชีที่ใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลัก มูลค่าโดยประมาณจะเป็นแบบนี้
ขนาดออเดอร์ | มูลค่าประมาณต่อ 1 Pip | ต้นทุนเมื่อ Spread 1.2 Pips
|
|---|---|---|
0.01 Lot | 0.10 ดอลลาร์ | 0.12 ดอลลาร์ |
0.10 Lot | 1 ดอลลาร์ | 1.20 ดอลลาร์ |
1.00 Lot | 10 ดอลลาร์ | 12 ดอลลาร์ |
ดังนั้นคำว่า “Spread แค่ 1 Pip” อาจดูน้อย แต่ถ้าเปิด Lot ใหญ่หรือเปิดออเดอร์บ่อย ต้นทุนรวมต่อเดือนสามารถต่างกันมาก
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างของ EUR/USD เพื่อให้เห็นภาพ คู่เงินอื่นอาจมีมูลค่าต่อ Pip ต่างออกไปตามราคาและสกุลเงินของบัญชี
ทำไมเปิดออเดอร์แล้วติดลบทันที?
เพราะตอนเปิด Buy เราซื้อที่ราคา Ask แต่เวลาปิด Buy เราขายกลับที่ราคา Bid ซึ่งต่ำกว่า
เช่น ซื้อ EUR/USD ที่ Ask 1.08432 แต่ราคา Bid อยู่ที่ 1.08420 ถ้าปิดทันทีจะขาดทุน 1.2 Pips
ราคาจึงต้องขยับไปทางที่เราต้องการอย่างน้อยประมาณเท่ากับ Spread ก่อน ออเดอร์ถึงจะกลับมาใกล้จุดคุ้มทุน
ฝั่ง Sell ก็เหมือนกัน เพียงกลับด้านกัน คือเปิดที่ Bid และปิดที่ Ask

ทำไมบางช่วง Spread กว้างขึ้น?
Spread ไม่ได้อยู่ระดับเดิมทั้งวัน โดยเฉพาะบัญชีแบบ Floating Spread ช่วงหนึ่งอาจเห็น EUR/USD อยู่ที่ 0.8 Pip แต่ไม่กี่นาทีต่อมาอาจกลายเป็น 2-3 Pips หรือมากกว่านั้น
สาเหตุที่พบบ่อยมี 4 เรื่อง
1. ตลาดมีสภาพคล่องน้อย
ถ้ามีผู้ซื้อและผู้ขายน้อย ราคาฝั่ง Bid กับ Ask จะห่างกันมากขึ้น คู่เงินที่ซื้อขายกันเยอะจึงมักมี Spread แคบกว่าคู่เงินที่ไม่ค่อยมีคนเทรด
2. ช่วงประกาศข่าวสำคัญ
ข่าวอย่างตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน หรือการตัดสินใจดอกเบี้ยทำให้ราคาวิ่งเร็ว ผู้ให้สภาพคล่องจึงเสนอราคาได้ยากขึ้น Spread มักกว้างกว่าปกติในช่วงไม่กี่วินาทีก่อนและหลังข่าว
3. ช่วงตลาดเงียบหรือเปลี่ยนวัน
บางช่วงของวันมีปริมาณซื้อขายน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนวันซื้อขายหรือช่วงที่ตลาดใหญ่ยังไม่เปิด Spread จึงอาจกว้างขึ้นแม้ไม่มีข่าว
4. คู่เงินที่เทรด
คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD มักมี Spread แคบกว่าคู่เงิน Exotic เพราะมีปริมาณซื้อขายสูงกว่า
Spread ต่ำแปลว่าบัญชีนั้นถูกกว่าเสมอไหม?
ไม่เสมอไป เพราะ Spread เป็นเพียงต้นทุนหนึ่งรายการ
บางบัญชีมี Spread กว้างขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่คิดค่าคอมมิชชัน ขณะที่บัญชี Raw Spread อาจเห็น Spread 0.0-0.2 Pip ในบางช่วง แต่มี Commission คิดแยกตาม Lot
เวลาจะเปรียบเทียบ ควรดูแบบนี้มากกว่า
ต้นทุนจริง = Spread + Commission + Slippage + Swap (ถ้ามี)
จุดที่หลายคนพลาดคือดูคำว่า “Spread เริ่มต้น 0.0” แล้วคิดว่าเทรดฟรี ทั้งที่คำว่าเริ่มต้นหมายถึงค่าต่ำสุดที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะได้ 0.0 ตลอดทั้งวัน
สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือ Average Spread หรือ Spread เฉลี่ย ในคู่เงินและช่วงเวลาที่เราเทรดเป็นประจำ
แล้ว Spread เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ตอบได้กับทุกคู่เงินและทุกบัญชี เพราะ Spread ขึ้นอยู่กับตลาด ช่วงเวลา และโครงสร้างค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการ
วิธีคิดที่ใช้งานได้จริงกว่าคือ เทียบ Spread กับเป้ากำไรของเรา
ถ้าคุณเป็น Scalper ที่ตั้งเป้ากำไรเพียง 5 Pips แต่ Spread อยู่ที่ 1.5 Pips เท่ากับต้นทุนกินไป 30% ของเป้ากำไรตั้งแต่ยังไม่รวม Commission
แต่ถ้าเป็น Swing Trader ที่ตั้งเป้า 100 Pips Spread 1.5 Pips จะมีผลน้อยกว่ามาก
ดังนั้นคำถามที่ควรถามไม่ใช่ “Spread เท่าไหร่ถึงดี” อย่างเดียว แต่คือ Spread นี้แพงเกินไปสำหรับวิธีเทรดของเราหรือไม่
Spread มีผลกับ Stop Loss อย่างไร?
เรื่องนี้สำคัญเพราะหลายคนมองเฉพาะเส้นราคาบนกราฟ แต่ลืมว่าการปิด Buy และ Sell ใช้คนละฝั่งของราคา
ถ้าเปิด Sell การปิดสถานะจะใช้ราคา Ask ซึ่งสูงกว่า Bid ตามระยะ Spread ทำให้บางครั้ง Stop Loss ถูกแตะทั้งที่เส้น Bid บนกราฟดูเหมือนยังไม่ถึง
ยิ่งตั้ง Stop Loss แคบ ผลของ Spread ยิ่งชัด โดยเฉพาะช่วงข่าวที่ Spread ขยายตัวเร็ว
ถ้าใช้กลยุทธ์ระยะสั้น จึงควรเช็ก Spread ก่อนกดเข้าออเดอร์ทุกครั้ง ไม่ใช่ดูเฉพาะจุดเข้าและ Stop Loss
วิธีเช็ก Spread ก่อนเทรดแบบง่าย ๆ
ดู Bid และ Ask บนแพลตฟอร์ม แล้วดูว่าช่องว่างอยู่ที่กี่ Pip
เช็กช่วงเวลา ถ้า Spread กว้างกว่าปกติมาก ลองดูว่ากำลังมีข่าวหรือเป็นช่วงตลาดเงียบหรือไม่
เทียบกับ Stop Loss และ Take Profit ถ้าต้นทุนกินสัดส่วนสูงเกินไป ออเดอร์นั้นอาจไม่คุ้ม
รวม Commission ด้วย โดยเฉพาะบัญชี Raw Spread
ดูค่าเฉลี่ยจากการเทรดจริง จด Spread ที่เจอบ่อยในคู่เงินและเวลาที่คุณใช้งาน อย่าตัดสินจากตัวเลขต่ำสุดบนหน้าโฆษณา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่อง Spread Forex
คิดว่า Spread 0.0 คือไม่มีต้นทุน
จริง ๆ อาจมีค่าคอมมิชชันแยก และ 0.0 อาจเกิดขึ้นเพียงบางช่วง
สับสน Pip กับ Point
ในแพลตฟอร์มราคา 5 ตำแหน่ง 10 Points มักเท่ากับ 1 Pip ไม่ใช่ 10 Pips
ไม่ดู Spread ก่อนข่าว
ช่วงข่าว Spread สามารถกว้างขึ้นเร็วมาก ทำให้จุดเข้าและ Stop Loss ต่างจากที่วางแผนไว้
เลือกบัญชีจาก Spread ต่ำสุดอย่างเดียว
ถ้าบัญชีหนึ่งมี Spread ต่ำแต่ Commission สูงกว่า ต้นทุนรวมอาจไม่ได้ถูกกว่า
เปิดออเดอร์ถี่เกินไป
ทุกครั้งที่เข้าเทรดมีต้นทุน Spread ยิ่งเทรดมาก ต้นทุนยิ่งสะสม การลดจำนวนออเดอร์ที่ไม่มีเหตุผลอาจช่วยได้มากกว่าการไล่หาบัญชีที่ Spread ต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย
สรุปเกี่ยวกับค่า Spread Forex
ค่า Spread Forex คือ ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask และเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเราเข้าและออกจากตลาด
Spread ที่แคบช่วยให้ราคาเดินทางไปถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วขึ้น แต่การดูเพียงตัวเลข Spread ต่ำสุดยังไม่พอ เพราะต้นทุนจริงยังมี Commission, Slippage และ Swap เข้ามาเกี่ยวข้อง
สำหรับมือใหม่ สิ่งที่ควรทำคือรู้วิธีอ่าน Bid/Ask นับ Spread เป็น Pip และเช็กต้นทุนก่อนเปิดออเดอร์ โดยเฉพาะถ้าเทรดสั้นหรือใช้ Stop Loss แคบ เมื่อเข้าใจสามเรื่องนี้ การมอง Spread จะง่ายขึ้นมาก และไม่ต้องหลงกับคำโฆษณาว่า 0.0 Pip โดยไม่รู้ว่าต้นทุนจริงอยู่ตรงไหน
หากกำลังเปรียบเทียบบัญชีสำหรับเทรด Forex สามารถตรวจสอบประเภทบัญชีและเงื่อนไขการซื้อขายของ Morroc Prime ผ่านเว็บไซต์ โดยควรดูทั้ง Spread เฉลี่ย Commission ค่า Swap และรายละเอียดของคู่เงินที่ต้องการเทรด ก่อนเลือกบัญชีให้เหมาะกับรูปแบบการเทรดของตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ค่า Spread Forex คืออะไร แบบสั้นที่สุด?
คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ Ask กับราคาขาย Bid ของคู่เงิน และเป็นต้นทุนที่ทำให้ออเดอร์มักติดลบทันทีเล็กน้อยหลังเปิด
2. Spread 1 Pip หมายความว่าอะไร?
หมายความว่าราคา Bid และ Ask ห่างกัน 1 Pip ส่วนจะคิดเป็นเงินกี่บาทหรือกี่ดอลลาร์ต้องดูขนาด Lot และคู่เงินที่เทรดด้วย
3. ทำไม Spread ถึงกว้างตอนข่าว?
เพราะราคาวิ่งเร็วและสภาพคล่องเปลี่ยนทันที ผู้ให้สภาพคล่องเสนอราคาซื้อและขายได้ยากขึ้น ช่องว่างระหว่าง Bid กับ Ask จึงกว้างขึ้น
4. Spread 0.0 Pip ดีที่สุดหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะอาจมี Commission แยก และ 0.0 เป็นเพียงค่าต่ำสุดที่เกิดขึ้นบางช่วง ควรดู Average Spread และต้นทุนรวมมากกว่า
5. Spread ถูกหักตอนไหน?
ไม่ได้ถูกหักเป็นค่าธรรมเนียมแยกเสมอไป แต่เกิดจากการที่เราเปิดและปิดออเดอร์คนละฝั่งของราคา จึงเห็นผลกระทบทันทีหลังเปิดสถานะ
6. มือใหม่ควรดู Spread ก่อนเทรดไหม?
ควรดู โดยเฉพาะก่อนเทรดข่าวหรือใช้ Stop Loss แคบ หาก Spread กว้างกว่าปกติมาก การรอให้ตลาดกลับมาปกติอาจช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงได้