
Margin Forex คืออะไร? วิธีคำนวณ Margin และดู Free Margin แบบเข้าใจง่าย
Margin Forex คือ เงินส่วนหนึ่งในบัญชีที่ระบบ “กันไว้” เป็นหลักประกันเมื่อเราเปิดออเดอร์ Forex เงินก้อนนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และไม่ได้หายไปจากบัญชี เพียงแต่ระหว่างที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่ เราจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้เปิดสถานะอื่นไม่ได้
ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเปิดสถานะมูลค่า 10,000 ดอลลาร์ และบัญชีใช้ Leverage 1:100 จะใช้ Margin ตามหลักการประมาณ 100 ดอลลาร์ เมื่อปิดออเดอร์ เงิน Margin ที่ถูกกันไว้จะถูกปล่อยกลับมา ส่วนกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์จะไปเปลี่ยน Equity ของบัญชี
เรื่องที่ต้องแยกให้ออกมีเพียงไม่กี่คำ ได้แก่ Margin, Used Margin, Free Margin และ Margin Level ถ้าเข้าใจ 4 คำนี้ เราจะดูได้ทันทีว่าพอร์ตยังมีพื้นที่รับความผันผวนอีกมากแค่ไหน และกำลังเข้าใกล้ Margin Call หรือ Stop Out หรือไม่
Margin Forex คืออะไร ทำไมต้องมี Margin?
เวลาเทรด Forex เราไม่จำเป็นต้องวางเงินเต็มมูลค่าของสถานะ เพราะบัญชีมี Leverage ช่วยลดเงินประกันที่ต้องใช้ Margin จึงเปรียบเหมือน “เงินค้ำ” ที่ระบบกันไว้ระหว่างที่สถานะเปิดอยู่
ลองนึกภาพว่าคุณเช่ารถแล้วต้องวางเงินประกัน เงินก้อนนั้นยังเป็นเงินของคุณ แต่จะถูกล็อกไว้ชั่วคราวจนกว่าจะคืนรถ Margin ทำงานคล้ายกัน เพียงแต่ใช้กับการเปิดออเดอร์
Margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และไม่ใช่จำนวนเงินที่เราจะขาดทุน
จุดนี้สำคัญ เพราะมือใหม่มักเห็นเงิน Available หรือ Free Margin ลดลงแล้วคิดว่าโดนหักค่าธรรมเนียม ความจริงคือ Margin เป็นเพียงเงินที่ถูกกันไว้ ถ้าปิดออเดอร์ เงินส่วนนี้จะถูกปล่อยกลับมา แต่กำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงจะสะท้อนผ่าน Equity แทน

4 คำที่ต้องแยกให้ออก Used Margin, Free Margin, Equity และ Margin Level
ไม่ต้องจำศัพท์เยอะ ให้มองแต่ละคำตามหน้าที่ดังนี้
Balance คือยอดเงินในบัญชีหลังจากออเดอร์ที่ปิดแล้วทั้งหมด ยังไม่รวมกำไรหรือขาดทุนลอยตัวของออเดอร์ที่เปิดอยู่
Equity คือมูลค่าบัญชี ณ ตอนนี้ โดยนำ Balance มารวมกับกำไรหรือขาดทุนลอยตัว
Used Margin คือ Margin ที่ถูกกันไว้สำหรับออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ทั้งหมด
Free Margin คือเงินส่วนที่ยังเหลือให้พอร์ตรับการแกว่งของราคา หรือใช้เปิดออเดอร์เพิ่ม
Margin Level คือสัดส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin ใช้ดูว่าบัญชียังมีหลักประกันมากน้อยแค่ไหน
สูตรที่ควรรู้มีเพียง 2 สูตร
Free Margin = Equity - Used Margin
Margin Level = Equity ÷ Used Margin × 100%
ตัวอย่างเดียวให้เห็นภาพทั้งหมด
สมมติบัญชีมี Balance 1,000 ดอลลาร์ เปิดออเดอร์หนึ่งรายการและใช้ Margin 100 ดอลลาร์
ถ้ายังไม่มีกำไรหรือขาดทุนลอยตัว Equity = 1,000 ดอลลาร์
Used Margin = 100 ดอลลาร์
Free Margin = 1,000 - 100 = 900 ดอลลาร์
Margin Level = 1,000 ÷ 100 × 100 = 1,000%
ต่อมาถ้าออเดอร์ขาดทุนลอยตัว 300 ดอลลาร์ Equity จะเหลือ 700 ดอลลาร์ ขณะที่ Used Margin ยังอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ดังนั้น Free Margin จะเหลือ 600 ดอลลาร์ และ Margin Level ลดลงเหลือ 700% ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่า Margin Level ลดลงเพราะ Equity ลด ไม่ใช่เพราะระบบหักเงินเพิ่ม

Margin Forex คำนวณอย่างไร?
สูตรแบบง่ายที่สุดคือ Margin โดยประมาณ = มูลค่าสถานะ ÷ Leverage
ถ้าสถานะมีมูลค่า 10,000 ดอลลาร์ ตัวเลขจะออกมาประมาณนี้
Leverage | Margin โดยประมาณ | ความหมาย |
1:50 | 200 ดอลลาร์ | วาง Margin ประมาณ 2% ของมูลค่าสถานะ |
1:100 | 100 ดอลลาร์ | วาง Margin ประมาณ 1% ของมูลค่าสถานะ |
1:200 | 50 ดอลลาร์ | วาง Margin ประมาณ 0.5% ของมูลค่าสถานะ |
1:500 | 20 ดอลลาร์ | วาง Margin ประมาณ 0.2% ของมูลค่าสถานะ |
ตัวเลขนี้ใช้เพื่อให้เข้าใจหลักการเท่านั้น ในการเทรดจริง Margin อาจต่างออกไปตามขนาดสัญญา ราคาคู่เงิน สกุลเงินของบัญชี และ Margin Requirement ของแต่ละสินทรัพย์ แพลตฟอร์มจะคำนวณตัวเลขจริงให้โดยอัตโนมัติ
Margin กับ Leverage เกี่ยวกันอย่างไร?
Leverage เป็นตัวกำหนดว่าออเดอร์ขนาดเดิมต้องใช้ Margin มากหรือน้อย ถ้า Leverage สูงขึ้น Margin ที่ต้องวางสำหรับออเดอร์เดิมจะลดลง
Leverage 1:50 ใช้ Margin มากกว่า
Leverage 1:500 ใช้ Margin น้อยกว่าสำหรับสถานะขนาดเท่ากัน
แต่ต้องแยกอีกเรื่องหนึ่งให้ชัด: Leverage สูงไม่ได้ทำให้กำไรหรือขาดทุนต่อ Pip สูงขึ้นเอง ถ้าเปิด Lot เท่าเดิม ผลจากการเคลื่อนไหวของราคายังใกล้เคียงเดิม ความเสี่ยงจะเพิ่มเมื่อเราใช้ Margin ที่เหลือไปเปิด Lot ใหญ่ขึ้นหรือเปิดหลายออเดอร์เกินแผน
Free Margin สำคัญยังไง?
Free Margin คือพื้นที่ว่างของบัญชี ยิ่งเหลือมาก พอร์ตก็ยิ่งมีพื้นที่รับการแกว่งของราคาได้มากขึ้น ถ้า Free Margin เหลือน้อย แม้ Balance จะยังดูสูง แต่พอร์ตก็อาจตึงและเข้าใกล้ระดับที่โบรกเกอร์เริ่มจำกัดการเปิดออเดอร์หรือบังคับปิดสถานะ
ปัญหาที่เจอบ่อยคือเปิดหลายออเดอร์เพราะเห็นว่ายัง “เปิดได้” จน Used Margin สูงมาก เมื่อราคาแกว่งสวนทาง Equity ลดลง Free Margin จึงหายเร็ว และ Margin Level ลดลงตาม
ควรเหลือ Free Margin เท่าไหร่ถึงปลอดภัย?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบัญชี เพราะแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละสินทรัพย์มีเกณฑ์ Margin Call และ Stop Out ต่างกัน วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าคืออย่าเปิดสถานะจน Free Margin เหลือใกล้เกณฑ์ และเผื่อพื้นที่สำหรับความผันผวนที่มากกว่าปกติไว้เสมอ

Margin Call และ Stop Out คืออะไร?
Margin Call คือระดับเตือนว่าหลักประกันในบัญชีเริ่มต่ำ โบรกเกอร์อาจแจ้งเตือนหรือจำกัดการเปิดสถานะใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบัญชี
Stop Out คือระดับที่ระบบอาจเริ่มปิดออเดอร์อัตโนมัติเพื่อไม่ให้บัญชีมีความเสี่ยงเกินเกณฑ์ รายละเอียดว่าปิดที่ Margin Level เท่าไร และปิดออเดอร์ใดก่อน ต้องดูเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่ใช้งาน
ดังนั้นสิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ยอด Balance แต่คือ Equity, Free Margin และ Margin Level พร้อมกัน โดยเฉพาะช่วงที่มีหลายออเดอร์เปิดอยู่
ทำไม Margin ที่ใช้ถึงเพิ่มขึ้น?
Used Margin สามารถเปลี่ยนได้ระหว่างการเทรด สาเหตุที่พบบ่อยคือ
เปิดออเดอร์เพิ่ม ยิ่งมีสถานะเปิดมาก Used Margin ยิ่งเพิ่ม
เพิ่มขนาด Lot ออเดอร์ใหญ่ขึ้นต้องใช้ Margin มากขึ้น
เปลี่ยน Leverage หรือ Margin Requirement บัญชีหรือสินทรัพย์บางประเภทอาจมีเงื่อนไขต่างกัน
ราคาหรืออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยน สำหรับบางคู่เงิน มูลค่าสถานะที่ใช้คำนวณ Margin สามารถเปลี่ยนตามราคาได้
ถ้ารู้สึกว่า Margin บนแพลตฟอร์มไม่ตรงกับสูตรแบบง่าย ควรตรวจ Contract Size, Leverage และ Margin Requirement ของสินทรัพย์นั้นก่อน ไม่ควรเดาจากสูตรเดียว
ข้อผิดพลาดเรื่อง Margin ที่มือใหม่เจอบ่อย
1. คิดว่า Margin คือเงินที่เสียไปแล้ว
Margin เป็นเงินที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม เมื่อปิดออเดอร์ Margin จะถูกปล่อยกลับมา ส่วนกำไรหรือขาดทุนจริงจะสะท้อนใน Equity และ Balance
2. ดู Balance แต่ไม่ดู Equity
Balance อาจยังเท่าเดิมแม้ออเดอร์กำลังขาดทุนหนัก เพราะขาดทุนลอยตัวยังไม่ถูกปิด สิ่งที่บอกสถานะพอร์ตในขณะนั้นได้ดีกว่าคือ Equity
3. ใช้ Free Margin เกือบหมดเพื่อเปิดออเดอร์
การที่ระบบยังเปิดออเดอร์ได้ไม่ได้แปลว่าควรเปิด การเหลือ Free Margin น้อยทำให้พอร์ตทนการแกว่งสวนทางได้ไม่มาก
4. เพิ่ม Leverage แล้วเพิ่ม Lot ตามทันที
Leverage สูงช่วยลด Margin ของออเดอร์เดิม แต่ถ้าใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นไปขยาย Lot จนใหญ่กว่าแผน ความเสี่ยงของพอร์ตจะเพิ่มตาม
วิธีดู Margin ก่อนเปิดออเดอร์แบบง่าย ๆ
ก่อนกด Buy หรือ Sell ลองเช็กตามลำดับนี้
กำหนดก่อนว่ายอมขาดทุนต่อออเดอร์ได้เท่าไร
วาง Stop Loss จากโครงสร้างราคา
คำนวณ Lot จากจำนวนเงินที่ยอมเสียและระยะ Stop Loss
ดู Margin ที่ Lot นั้นต้องใช้ ไม่ใช่เลือก Lot จากกำลังซื้อสูงสุดของบัญชี
เช็กว่าเปิดแล้ว Free Margin ยังเหลือพอรองรับการแกว่งและออเดอร์อื่นหรือไม่
รู้เกณฑ์ Margin Call และ Stop Out ของบัญชีที่ใช้
ลำดับนี้จะทำให้ Margin เป็นเพียงเครื่องมือจัดการเงินประกัน ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าควรเสี่ยงมากแค่ไหน
สรุปเกี่ยวกับ Margin Forex
Margin Forex คือเงินส่วนหนึ่งที่ระบบกันไว้เป็นหลักประกันสำหรับออเดอร์ที่เปิดอยู่ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมและไม่ใช่จำนวนเงินที่เราจะขาดทุน เมื่อปิดออเดอร์ Margin จะถูกปล่อยกลับมา
สิ่งที่ควรดูคู่กันคือ Equity, Used Margin, Free Margin และ Margin Level เพราะตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่าพอร์ตยังมีพื้นที่รับความผันผวนอีกมากแค่ไหน ส่วน Leverage มีหน้าที่กำหนดว่าออเดอร์ขนาดเดิมต้องใช้ Margin มากหรือน้อย
ถ้าต้องการใช้ Margin ให้เป็น ให้เริ่มจากความเสี่ยงและขนาด Lot ก่อนเสมอ แล้วค่อยดูว่า Margin ของออเดอร์นั้นเหมาะกับบัญชีหรือไม่ วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่พอร์ตจะตึงเกินไปเพียงเพราะเห็นว่ายังมี Margin ให้ใช้
สำหรับผู้ที่ใช้บัญชี Forex ของ Morroc Prime ควรตรวจสอบ Margin Requirement, ระดับ Margin Call และ Stop Out ของประเภทบัญชีและสินทรัพย์ที่ต้องการเทรดก่อนเปิดสถานะจริง เพราะเงื่อนไขอาจแตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์

(FAQ) คำถามที่พบบ่อย
1. Margin Forex คืออะไร แบบสั้นที่สุด?
คือเงินที่ระบบกันไว้เป็นหลักประกันเมื่อเปิดออเดอร์ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และจะถูกปล่อยกลับมาเมื่อปิดสถานะ
2. Margin กับ Free Margin ต่างกันอย่างไร?
Margin หรือ Used Margin คือเงินที่ถูกกันไว้กับออเดอร์ที่เปิดอยู่ ส่วน Free Margin คือเงินที่ยังเหลือให้บัญชีรับการแกว่งของราคา หรือใช้เปิดออเดอร์เพิ่ม
3. Margin ลดลงหมายความว่าขาดทุนหรือไม่?
ไม่จำเป็น Margin ที่ถูกใช้ขึ้นอยู่กับขนาดสถานะและ Leverage ส่วนกำไรหรือขาดทุนจะสะท้อนผ่าน Equity
4. Leverage สูงทำให้ใช้ Margin น้อยลงจริงไหม?
จริงสำหรับออเดอร์ขนาดเดิม เช่น สถานะ 10,000 ดอลลาร์ที่ Leverage 1:100 ใช้ Margin มากกว่า 1:500 แต่ Leverage สูงไม่ได้ลดความเสี่ยงจาก Lot ใหญ่
5. Margin Level ยิ่งสูงยิ่งดีไหม?
โดยทั่วไป Margin Level ที่สูงหมายถึงมี Equity มากเมื่อเทียบกับ Used Margin และบัญชียังมีพื้นที่มากกว่า แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้อย่างเดียว ต้องดู Free Margin และความเสี่ยงของออเดอร์ด้วย
6. Margin Call กับ Stop Out ต่างกันอย่างไร?
Margin Call เป็นระดับเตือนหรือระดับที่บัญชีเริ่มมีข้อจำกัด ส่วน Stop Out เป็นระดับที่ระบบอาจเริ่มปิดออเดอร์อัตโนมัติ เกณฑ์จริงขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และประเภทบัญชี